คุณเกี่ยวข้องและทำธุรกิจเครือ ข่ายอยู่ทุกวัน!
บางคนอาจจะไม่รู้ตัวว่ายุ่งเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายอยู่ทุกวัน และบางครั้งก็ยังเผลอทำธุรกิจเครือข่ายเองซะด้วย เอ๊ะ!?! เราไปทำธุรกิจเครือข่ายตอนไหน?? ออกจะแอนตี้และไม่เคยชอบมาก่อนเลยแบบนี้?
จริงๆ แล้วที่เกลียดผมว่าเกิดจากการประโคมข่าวเสียๆ หายๆ ของธุรกิจเลียนแบบ มากกว่าข่าวดีๆ ของธุรกิจนี้นะครับ เพราะประเทศอื่นเค้าแทบจะทำเป็นงานหลักกันอยู่แล้ว อ่านมาถึงตรงนี้หลายท่านอาจจะงงไม่หาย...ว่าตกลงที่ว่าทำเครือข่ายอยู่แล้ว หมายความว่ายังไง แล้วทำไมไม่มีรายได้เข้ามา... นั่นก็เพราะท่านทำธุรกิจเครือข่ายกับบริษัทที่ไม่จ่ายรายได้ให้ท่านยังไงล่ะ ครับ

ทุกคนคงมีบัญชีธนาคารนะครับ อาจจะไม่ใช่ธนาคารเหมือนในรูปที่ผมยกตัวอย่างก็ได้ แต่ผมเชื่อว่าต้องมีสักธนาคารแหละ หรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้ ถ้าเงินไม่มีที่เก็บ เยอะเกินไปก็ต้องหลายๆ ธนาคารเผื่อว่ามีเหตุฉุกเฉินต้องใช้เงินมากๆ จะได้กด ATM ได้หลายๆ ใบ หรืออาจจะได้ดอกเบี้ยหลายๆ ระดับ ทุกธนาคารที่คุณเป็นสมาชิกหรือเปิดบัญชีอยู่ด้วยนั้น คงไม่ได้มีสาขาเดียวทั้งประเทศแน่ๆ ธนาคารมีการกระจายสาขาไปตามจังหวัดต่างๆ และกระจายออกไปตามอำเภอ ตำบล และยังกระจายออกไปยังชุมชนที่มีคนมากตามลำดับแต่ละสาขาจะมีผู้จัดการดูแล สาขาของตัวเอง และมีลูกน้อง, ลูกทีม หรือทีมงาน แล้วแต่จะเรียก ทำงานธนาคารในสาขานั้นๆ
คุณว่าธนาคาร เป็นธุรกิจเครือข่ายหรือเปล่า?
บาง คนอาจจะยังลังเลอยู่... ทุกวันนี้คุณน่าจะเห็นโฆษณาบัตรเครดิตของแต่ละธนาคาร เรียกว่างัดโปรโมชั่น งัดไม้ตายออกมาสู้กันซะทีวีจะระเบิดเพราะความแรงของโปรโมชั่นบัตรเครดิต คุณว่าเค้าทำไปเพื่ออะไร?
คำตอบนั้นอยู่ในใจคุณแล้วครับ ก็คือแย่งลูกค้า หรือแย่ง "เครือข่าย ผู้คน" ให้อยู่ในครอบครองของธนาคารของตัวเองให้ได้เยอะและนานที่สุด ธนาคารนั้นก็จะเป็นผู้ชนะในยุทธจักรธนาคารยังไงล่ะครับ

มาดูกันอีกสักตัวอย่างหนึ่งใกล้ๆ ตัว ทุกวันนี้ทุกคนก็มีติดตัวแน่ๆ ครับคือ โทรศัพท์มือถือ และคุณก็จะเป็นคนที่เลือกผู้ให้บริการคลื่นโทรศัพท์มือถือแต่ละยี่ห้อ บางคนอาจจะเลือกจากคลื่นสัญญาณ ค่าโทรถูก ของแถม ฯลฯ สุดท้ายคุณก็ต้องเลือก... คราวนี้ชัดเจนครับ ถ้าผมถามว่า คุณใช้ระบบโทรศัพท์"เครือข่าย"อะไร คุณจะตอบได้ ก็เพราะคุณเป็นลูกข่ายของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือไปแล้ว และคุณก็ยอมที่จะจ่ายเงินค่าบริการทุกๆ เดือนด้วย
และบ่อยครั้งครับที่เพื่อนมักจะถามคุณว่า ช่วงนี้โปรโมชั่นของยี่ห้อไหนดี? เป็นอย่างไรบ้าง? ถ้าคุณรู้ คุณก็อธิบายซะละเอียดยิบ เรียกว่าบริษัทโฆษณามายังไม่ชัดเจนเท่าคุณอธิบายให้เพื่อนฟัง แล้วเพื่อนก็ตัดสินใจไปซื้อซิมของเครือข่ายที่คุณว่าดีนั้น
คุณกำลังทำ ธุรกิจเครือข่ายอยู่หรือเปล่า?
ถูกต้องแล้วครับ คุณใช้งานดี แล้วก็เลยบอกต่อเพื่อน ชวนเพื่อนๆ เข้ามาอยู่ในเครือข่ายโทรศัพท์เดียวกัน อาจจะเพราะผลกระทบจากโปรโมชั่นสารพัด ที่มักจะบอกว่า โทรในเครือข่าย เดียวกันฟรี หรือถูกกว่าโทรนอกเครือข่าย คุณว่าบริษัทเหล่านี้ทำไปเพื่ออะไร?
คำตอบนั้นอยู่ในใจคุณอีกเช่นเคย ก็คือแย่งลูกค้า หรือแย่ง "เครือข่าย ผู้คน" ให้อยู่ในครอบครองของเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์ของตัวเองให้ ได้ เยอะและนานที่สุด ผู้ให้บริการรายนั้นก็จะเป็นผู้ชนะในยุทธจักรนั่นเอง
ที่แย่ก็คือ...คุณอธิบายซะจนผู้ให้บริการโทรศัพท์เหล่านั้นรวยเอาๆ ในขณะที่คุณก็ยังต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ให้เขา ไม่มีส่วนลดหรือผลประโยชน์ใดๆ ตอบแทน ตัวอย่างอีกกรณีหนึ่งที่เห็นได้ชัดและบ่อยครั้งก็คือ ภาพยนตร์และเพลง ภาพยนตร์เรื่องไหนสนุกคุณก็แนะนำเพื่อน เล่าโน้มน้าวซะจนเพื่อนอยากไปดูในทันที หรืออยากฟังเพลงนั้นๆ ที่คุณอธิบายถึงความรู้สึกเมื่อได้ฟังเพลงแสนจะไพเราะของคุณเอง...

นอกจากนั้นเวลาที่คุณเองเป็นสมาชิกอะไรบางอย่างคุณก็จะเลือกที่จะใช้ บริการของ ที่ที่คุณเป็นสมาชิกอยู่เพื่อให้ได้แต้ม หรือส่วนลด เช่นถ้าคุณเป็นสมาชิกเมเจอร์ มีโรงหนังใกล้ๆ เป็นเอสเอฟคุณก็คงจะเข้าเมเจอร์เพราะได้สิทธิพิเศษจากบัตรสมาชิก หรือคุณเป็นสมาชิกเอ็มเคคุณคงไม่กินสุกี้ของโคคา เพราะไม่มีส่วนลด 10% สุดท้าย...ถ้าคุณเป็นสมาชิกของซีเอ็ด มีร้านซีเอ็ดกับดอกหญ้าอยู่ใกล้ๆ กัน คุณก็คงจะเข้าไปในร้านที่คุณเป็นสมาชิกโดยอัตโนมัติ...
ทั้งหมดที่กล่าวมา ไม่ได้ต่างจากวิธีการทำงานในธุรกิจเครือข่ายเลย สินค้าของธุรกิจเครือข่ายที่ดีจะมีจุดเด่น ไม่เหมือนใคร ไม่สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป และเห็นผลจริง คุณใช้สินค้านั้นแล้วเกิดความประทับใจก็จึงบอกต่อเพื่อนเพื่อหวังดีอยากให้ เพื่อนและครอบครัวได้ลองใช้สินค้าดีๆ โดยที่เพื่อนก็คงไม่อยากซื้อในราคาแพงจึงสมัครสมาชิก คุณสามารถมีรายได้จากการแนะนำ และเพื่อนของคุณเมื่อใช้ดีและบอกต่อ เพื่อนก็สามารถมีรายได้ด้วย และด้วยศักยภาพของธุรกิจเครือข่ายในปัจจุบัน คุณและเพื่อนๆ ยังสามารถสร้างรายได้จากธุรกิจได้มากกว่างานประจำหลายเท่าตัว...
ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือธุรกิจเครือข่ายยังทำให้คุณสุขภาพดี ในขณะที่งานอื่นคุณต้องเอาสุขภาพของคุณไปแลกกับเงิน... จะมีประโยชน์อะไร ถ้าวันหนึ่งคุณเก็บเงินได้เป็นล้าน แต่คุณต้องเสียค่าผ่าตัดมะเร็งครั้งละ 200,000 เสียค่านอนโรงพยาบาลคืนละหลายๆ หมื่น เสียค่ายา... สุดท้ายเงินที่คุณหวงแหน ไม่ยอมลงทุนกับสุขภาพของตัวเองตั้งแต่แรกเริ่มก็มลายหายไปในโรงพยาบาลอยู่ดี ด้วยสภาพสังคมปัจจุบันซึ่งจะทำให้คุณเป็นโรคเสื่อมหลายอย่างจึงจำเป็นอย่าง ยิ่งที่จะลงทุนกับสุขภาพตั้งแต่วันนี้...
ในเมื่อเราทำ ธุรกิจเครือข่ายเป็นปกติอยู่แล้ว ทำไมจึงไม่ลองเป็นแม่ข่ายเพื่อรับรายได้บ้าง?
เพราะการทำธุรกิจเครือข่าย ยังสามารถทะลุขีดจำกัด 24 ชั่วโมงต่อวันได้อีกด้วย อยากรู้หรือเปล่าว่าทำได้อย่างไร?
คนเราอาจจะ รวย จนไม่เท่ากัน แต่มีอยู่อย่างนึงที่ทุกคนมีเท่ากัน นั่นก็คือ "เวลา"
และในเมื่อทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน เคยสงสัยมั้ยครับว่าทำไมบางคนจน บางคนรวย? นั่นแสดงว่าแต่ละคน นำ 24 ชั่วโมงไปใช้ได้เกิดประโยชน์ต่างกันแน่ๆ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ คนรวยใช้ประโยชน์จาก 24 ชั่วโมงได้มากกว่านั่นเอง...

โดยทั่วไปชีวิตของคนปกติจะทำงาน 8 ชั่วโมง เหลือ 8 ชั่วโมงสำหรับการเดินทางไป - กลับ ดูทีวี, ข่าว, ภาพยนตร์, ฟังเพลง, อ่านหนังสือ แล้วแต่งานอดิเรกของแต่ละคน และอีก 8 ชั่วโมงสำหรับการนอนหลับพักผ่อน แต่การทำงาน 8 ชั่วโมงนั้นไม่สามารถตอบโจทย์ชีวิตของใครหลายๆ คนได้ในรายได้ 10,000 บาท และคุณเอง...หากรายได้ไม่พอจะทำอย่างไร? ...แน่นอนก็ต้องทำงานเพิ่ม มันของตายอยู่แล้ว...

คนที่รายได้ไม่พอจะหาเลี้ยงครอบครัว ซื้อบ้าน ซื้อรถ ผ่อนภรรยา ก็จะหางานเสริมนอกเวลาทำเพิ่ม เช่น รับเขียนเว็บไซต์ เขียนโปรแกรม ขับรถแท็กซี่ ขี่มอเตอร์ไซต์รับจ้าง รับจ้างสอนเด็ก ฯลฯ แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน... ทำให้รายได้เพิ่มขึ้น โดยอาจจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวหรือมากกว่า ก็ต้องแล้วแต่สาขาอาชีพ และความยากของงานที่ทำด้วย โดยคร่าวๆ ผมสมมติให้มีรายได้เข้ามาอีก 10,000 บาท เพราะงานเสริมอาจจะไม่มีเข้ามาทุกวันก็ได้ คำถามก็คือ 20,000 บาทต่อเดือนนี้ตอบโจทย์ชีวิตของคุณได้หรือยัง?

เมื่อรายได้ไม่พอตอบโจทย์ชีวิตของคุณและครอบครัว ไหนจะลูกน้อยที่จะเกิดมาในอนาคตอีก? คุณจำเป็นต้องทำงานเพิ่มขึ้นไปอีก... 4 - 8 ชั่วโมง พักผ่อน 4 ชั่วโมงหรือไม่พักเลย...
แต่แน่ใจเหรอ ว่าอยู่แบบนี้ได้ทุกวัน?
คุณทำแบบนี้ไม่ได้ตลอดหรอก เพราะอาจจะน็อคหรือถูกหามเข้ารพ. ไปก่อนครบเดือน... เห็นอะไรบางอย่างมั้ยครับ ว่าเรากำลังเป็นทาสของเงิน เมื่อเรามีเงินน้อย เงินจะใช้เราเยี่ยงทาส แต่หากเรามีเงินมากเราก็จะใช้เงินเยี่ยงทาสเช่นกัน จากตัวอย่างดังกล่าวทำให้พบว่า หากเราทำงานเพิ่มได้เงินเพิ่ม บางอย่างจะหายไป นั่นก็คือ "เวลา" เมื่อเราไม่มีเวลาให้ คุณพ่อคุณแม่ ครอบครัวเราและลูกน้อย เอาแต่หาเงินมาหมุนๆๆ ก็จะกลายเป็นปัญหาครอบครัว และวนเวียนอยู่ในหนี้สิน บัตรเครดิต บัตรซื้อของ และอีกสารพัด
แต่...หากต้อง เป็นหนี้ แปลว่า 20,000 - 30,000 ไม่พอ
ถ้าต้องการรายได้เพิ่มคุณจะทำ อะไรต่ออีกใน 24 ชั่วโมงนี้?
คิดออกกันหรือเปล่าครับ... ก็มันหมด 24 ชั่วโมงแล้วจะให้ทำอะไรอีกล่ะ บ้าหรือเปล่า? อย่างนั้นใช่มั้ยครับ...
ผมมีตัวอย่างที่ดีมากตัวอย่างหนึ่งจะเล่าให้ฟัง ครับคิดว่าทุก ท่านคงรู้จัก Mini Mart ที่ชื่อว่า 7-eleven ย้อนหลังไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน บริษัทยักษ์ใหญ่ CP นำเข้าแฟรนไชส์นี้ และประกาศเปิดแอร์ เปิดไฟตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อขายของชำ ณ วันนั้นคนไทยเรามองว่าบ้าคลั่งมาก เปิด 24 ชั่วโมงเพื่อขายของชำ แล้วยังเปิดแอร์ เปิดไฟตลอดอีก มันจะอยู่ได้อย่างไร เดี๋ยวก็เจ๊ง... แม้แต่ร้านขายของชำแถวๆ บ้านเราก็มองอย่างนี้ถูกมั้ยครับ...
แต่ปรากฎว่า ณ วันนี้เราไปซื้อของกันตอนตี 2 - 3 บ้างหรือเปล่าครับ? ทุกคนต้องเคยไปซื้อแน่ๆ เพราะอาจจะทำงานดึก หรือไปไหนมาแล้วกลับดึก เกิดหิวก็คงนึกถึง 7-eleven กันทั้งบ้านทั้งเมืองแล้ว ร้านขายของชำแถวๆ บ้านเราก็ปิดกันระนาวเพราะรับมือไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้พัฒนาตามระบบที่เขาทำไว้ดีแล้ว ก็ต้องเป็นฝ่ายเจ๊งไปแทน
ในอดีตนั้น 7-eleven เปิดเพียงไม่กี่สาขา และบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง CP ก็พบอะไรบางอย่างว่า ถึงแม้เขาจะมีกำไรมากจาก 7-eleven แต่ก็สามารถขายได้เพียงแค่ 24 ชั่วโมงและรายได้ก็คงที่ ไม่สามารถทะลุขอบเขตของ 24 ชั่วโมงไปได้... บริษัท CP จึงตัดสินใจขยายสาขาไปทั่วประเทศทุกจังหวัด โดยให้คนที่มองเห็นโอกาส เข้ามาซื้อแฟรนไชส์เพื่อเป็นเจ้าของ 7-eleven เมื่อหลายปีก่อน
ทุกวันนี้ 7-eleven มีสาขาที่ขยายออกไปร่วม 4,000 สาขาและมียอดสั่งซื้อของถึง
100,000 ล้านบาท!
และผมกำลัง จะบอกทุกท่านว่า...
ธุรกิจ Agel นั้นได้รวมเอาข้อดีของทั้งหมดที่ผมกล่าวมาเข้าไว้ด้วยกัน...
จึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและสุดยอดมากครับ ที่เราจะมีข้อดีีของทุกธุรกิจ อยู่ในธุรกิจ Agel และผมจะมาไขข้อข้องใจ หากใครอ่านหนังสือพ่อรวยสอนลูกแล้วคาใจกับคำว่า “คนรวยสร้างเครือข่าย ในขณะที่คนทั่วไปมองหางานทำ” จะกระจ่างจากตรงนี้แหละครับ ซึ่งผมจะขออนุญาตอธิบายดังนี้...
ธุรกิจ Agel เปรียบเสมือนแฟรนไชส์ส่วนบุคคล (Personal Franchise) ที่มีหลักการทำงานง่ายๆ คือสินค้าดี ใช้แล้วประทับใจ จึงขยายแฟรนไชส์ส่วนบุคคลนี้ให้เพื่อนๆ ได้มีโอกาสเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ที่เป็นโอกาสสร้างรายได้ (เพราะโดยปกติทั่วไป คนยอมเสียเงิน 1,500,000 ถึง 10,000,000 บาท เพื่อซื้อแฟรนไชส์ ก็คือซื้อโอกาสทำรายได้นั่นเอง)
และแน่นอนคุณ เกิดมาน่าจะรู้จักคนอย่างน้อยๆ 2 คน...
แนะนำเพื่อนของคุณ (1 & 2) ที่ชอบสินค้า และมีความฝัน อยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งตนเองและครอบครัว (คงไม่เถียงนะครับว่า คนที่มีรายได้ 10,000 กับ 1,000,000 คุณภาพชีวิตจะแตกต่างกัน) และสอนเพื่อนของคุณ ฝึกเขาให้เป็นนักธุรกิจ แทนที่จะเป็นลูกจ้าง ให้เขาเข้าใจพลังทวีคูณ x2n และทำอย่างต่อเนื่อง
ถ้าคุณสอนได้และจับมือกันทำงาน จะพบว่าคุณก็แนะนำเพียงแค่สองคนเท่า นั้น องค์กรที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น (1.1, 1.2, 2.1, 2.2) เกิดจากคนที่ทำงานเป็น และใช้สินค้าประทับใจแล้วบอกต่อ...
ผ่านไป 1 ปี พลังทวีคูณเริ่มทำงาน สมมติว่าคุณมีองค์กรที่เกิดจากการขยายแฟรนไชส์ของคุณทั้งหมด 800 คนแบ่งเป็นด้านซ้าย 400 คน และด้านขวา 400 คน พอถึงตรงนี้คุณจะได้กองทุนรถเบ็นซ์และรายได้เกิน 300,000 บาท/เดือน สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ คุณแนะนำเองกี่คนครับ?
ก็แค่ 2 คนที่เราสอนให้เขามีฝัน และเป็นนักธุรกิจ...
ที่มันสนุกกว่านั้นก็คือ Agel เป็นธุรกิจ Seamless Worldwide Link ซึ่งทำได้ทั่วโลก หากว่า เรามีเพื่อนของเพื่อนของญาติของเพื่อน... (ใครไม่รู้แหละไม่ได้แนะนำเอง) อยู่ที่อเมริกาและขยายสายงานที่อเมริกา ถ้าเมืองไทยกลางวัน อเมริกากลางคืน เมืองไทยกลางคืน อเมริกาก็กลางวันและมีการทำงานเอเจลเกิดขึ้น
ลองนึกภาพ ว่า
แม้กระทั่งคุณนอนหลับ! คุณยังมีรายได้จากอเมริกาบินเข้ามาเมืองไทย! แบบนี้สุดยอดไหมครับ...
ยังไม่หมด ครับ คำถามต่อจากนี้อาจจะทำให้คุณนึกอะไรออก...
ถ้าหากทีมงานคุณทุกคนทำ Agel คนละ 1 ชั่วโมงต่อคน ต่อวัน วันหนึ่งคุณมีผลงานเกิดขึ้นกี่ชั่วโมงครับ?
= 800 ชั่วโมง!
ทะลุขอบเขตด้านเวลาไปแล้วเรียบร้อย ไม่ต่างอะไรจากบิล เกตต์ที่รวยได้ เพราะทุกวันนี้คนใช้วินโดวส์ทุกชั่วโมงในหลายๆ ประเทศ นั่นเป็นสิ่งที่คุณโรเบิร์ต คิโยซากิ พยายามบอกเราในหนังสือพ่อรวยสอนลูกครับ ผมมีตารางเปรียบเทียบง่ายๆ มาให้ดูถึงความแตกต่างนะครับ จะได้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น
|
ประเภทคน ทำงาน
|
จำนวนคน
(คน) |
ทำงานวัน ละ
(ชั่วโมง) |
เวลางาน รวม
(ชั่วโมง) |
ผลตอบแทน
ต่อชม. (บาท) |
ผลตอบแทน
ต่อวัน (บาท) |
ผลตอบแทน
ต่อเดือน (บาท) |
| คนปกติธรรมดา |
1
|
8
|
8
|
100
|
800
|
16,000
|
| คนขยันกระตือรือร้น |
1
|
12
|
12
|
100
|
1,200
|
24,000
|
| คนขยันกระตือรือร้นเป็นพิเศษ |
1
|
16
|
16
|
100
|
1,600
|
32,000
|
| คนปกติธรรมดา |
100
|
1
|
100
|
20
|
2,000
|
40,000
|
| คนขยันกระตือรือร้น |
100
|
2
|
200
|
20
|
4,000
|
80,000
|
| คนขยันกระตือรือร้นเป็นพิเศษ |
100
|
3
|
300
|
20
|
6,000
|
120,000
|
| คนปกติธรรมดา |
1,000
|
1
|
1,000
|
20
|
20,000
|
400,000
|
| คนขยันกระตือรือร้น |
1,000
|
2
|
2,000
|
20
|
40,000
|
800,000
|
| คนขยันกระตือรือร้นเป็นพิเศษ |
1,000
|
3
|
3,000
|
20
|
60,000
|
1,200,000
|
สุดท้ายนี้ขอบคุณมากครับที่อ่านจนจบ บทความนี้ค่อนข้างยาว แต่คงจะทำให้คุณได้มุมมองใหม่เกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายนะครับ เพราะไม่ว่าเราจะบอกว่าไม่เหมาะกับเราอย่างไร เราก็หนีไม่พ้นเครือข่ายอยู่ดีครับ ดังนั้นถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะมีเครือข่ายเป็นของตัวเองบ้าง?
หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมคลิกที่นี่เลยครับ







