You are here:: สรรสาระ VTR / VDO Agel
 
 

Agel Article

AGEL ดีอย่างไร?

E-mail Print PDF
There are no translations available.

จดหมายจากคุณ นิติ สว่างทรัพย์

UTAH VISIT 1 : VISIT AGEL HEADQUARTER

เพื่อนๆที่รักทุกท่าน

Niti  Sawangsapบางท่านอาจพอทราบนะครับว่า ผมเพิ่งไป เยี่ยมชม สำนักงานใหญ่ อาเจล ที่ยูท่าห์ มา
วันก่อนได้ ฉายสไลด์ ให้ผู้นำ ได้ดูกันบ้างแล้ว เลยคิดว่าสรุปเนื้อ หา สั้นๆให้ ได้รับทราบกัน อาจเป็นประโยชน์มากขึ้น

ผมอยู่ที่นั้น 3 วันเต็ม พบปะผู้คนมากมาย ทั้งผู้บริหาร สตาฟ ผู้จำหน่ายระดับผู้นำ เยี่ยมชมโรงงาน ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างธุรกิจมากมาย ในรอบ 7 ปีหลังของการทำงานในธุรกิจเครือข่าย ผมไปยูท่าห์ ไม่ต่ำกว่า 15 ครั้ง นี่เป็นครั้งที่ผมประทับใจที่สุด จะขออนุญาติถ่ายทอดให้ทราบบางส่วนนะครับ

1. เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นตั้งแต่ ต้นปี 2005

ตอนนั้นผมยังทำงานที่ตาฮิเตียน โนนิอยู่ประสบความสำเร็จพอสมควร พอผมตัดสินใจที่จะค้นหาโอกาสใหม่ๆ ให้กับตัวเอง ก็เลยทำการวิจัยบริษัท mlm ชั้นนำทั่วโลก ประมาณ 100 บริษัท วิเคราะห์แล้วตัดเหลือ 6 บริษัทที่ดีที่สุด คือ มาลาลูก้า, ยูนิซิตี้, ยูซาน่า, ซินเนอร์จี้, เอเจล, โมนาวี จากนั้นดูจังหวะเวลาที่จะเปิดในไทยสุดท้าย ตัดเหลือ 3 บริษัทเพื่อบินไปดู เเละคุยกับผู้บริหาร คือ ซินเนอร์จี้,เอเจล,โมนาวี

ตอนนั้นซินเนอจี้ เปิดในไทย แล้ว 2 ปี, อีก 2 เเห่งมีโครงการจะเปิดในไทย จาก 3 แห่ง จริงๆแล้ว เอเจล ดูดีที่สุด ทั้ง idea สินค้าความเป็นมืออาชีพของผู้บริหาร เเต่เนื่องจากยังไม่ทันเปิดบริษัทเป็นทางการเลย ถึงน่าสนใจแต่ผมกลัวบริษัทเปิดใหม่ไปไม่รอด จึงตัดสินใจเลือกความมั่นคง คือ ซินเนอจี้ ที่แบ็คโดยเนเจอร์ซันไชน์

2 ปีของการทำงานในซินเนอร์จี้ก็ทำอย่างสุดความสามารถ โชคดีที่ได้ร่วมงานกับคุณบัญชาและทีมสตาฟ และ ผมยังได้คู่หูที่ดี อย่างคุณวรรณ และเพื่อนๆอีกมากมาย ทำให้ทุกอย่างเติบโตด้วยดี เป็นช่วง 2 ปีที่มีความหมายกับผมมาก เเต่ด้วยอุบัติเหตุการเมืองทำให้ผมจำเป็นต้องเริ่มงานใหม่ แต่อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณประสบการณ์ดีๆ เพื่อนดีๆ เป็นอย่างยิ่ง

2.ความประทับใจในตัวผู้ก่อตั้ง Mr.Glen Jensen

Niti  Sawangsap & Glen Jensenพบกันอีกครั้ง 2 ปีให้หลังคุณเกล็น ดูดีกว่าเดิมมาก อาจเป็นเพราะความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมาทำให้ราศีดูสดใส คุณเกล็นเป็นคนที่พูดน้อย มาดสุขุมลุ่มลึก แต่เมื่อพูดจาจะแสดงออกถึงความเฉียบแหลมเสมอ ผมขอเล่าประวัติคุณเกล็นสั้น ๆ เล็กน้อย....
คุณเกล็น เคยอยู่ที่ญี่ปุ่นทำให้พูดภาษาญี่ปุ่นได้ และมีความคุ้นเคยกับตลาดญี่ปุ่นเป็นอย่างดี หลังจากเรียนจบไม่นาน ก็ได้ทำงานกับบริษัท นูสกิน ในส่วนของ Customer Service เกือบ 10 ปี จากนั้นก็ไปทำงานในบริษัทยายักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น และมาเป็นผู้บริหารของบริษัท นิวเวย์ ในส่วน International Market Business Development จากนั้นหลายปีก็ถึงจุดอิ่มตัวจึงได้ออกมาตั้งบริษัท MLM ของตนเองชื่อบริษัท ซินเนอจี้ เวิร์ลไวด์ ในปี 1999 โดยเริ่มเปิดตลาดที่ญี่ปุ่นก่อนซึ่งเป็นตลาดที่คุณเกล็นเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ จนกระซินเนอจี้ได้รับการจัดอันดับเป็น HOT 100 อันดับที่ 8 โดยวารสาร Enterpreneur ซี่งเป็นผลงานที่โดดเด่นของคุณเกล็นทั้งสิ้น แต่เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นตลาดที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายอย่างสูงในการบริหารจัดการ ยิ่งเติบโตก็ยิ่งมีปัญหา Cashflow ในที่สุดคุณเกล็นจึงตัดสินใจเป็นพันธมิตรกับ เนเจอร์ซันไชน์ โดยขายบริษัทไปเป็นมูลค่า 5.5 ล้านเหรียญ และคุณเกล็นก็ยังเป็นประธานจนกระทั่งถึงกลางปี 2002
ด้วยเหตุผลทางเทคนิค บางประการ คุณเกล็นจึงลงจากตำแหน่งและลาออกจากการทำงานในซินเนอจี้เวิร์ลไวด์ หลายปีให้หลังก็ได้ก่อตั้งบริษัท เอเจล ขึ้นมา และเริ่มต้นเปิดทำการเดือนแรก ตุลาคม ปี 2005 สิ่งที่น่าทึ่งและเป็นตัวพิสูจน์ความน่าสนใจ ของผลิตภัณฑ์ เจลซูติคัล ก็คือ มีการติดต่อเข้ามาจากบริษัทยักษ์ใหญ่ที่คุณเกล็นเคยร่วมงานด้วยเพื่อขอซื้อ เอเจลเข้าไปเป็น บริษัทลูก โดยเสนอราคาเพิ่มขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งสูงถึง 60 ล้านเหรียญ แต่คุณเกล็นและทีมบริหารตัดสินใจ ไม่ขายบริษัท เพราะมั่นใจในอนาคตของบริษัท เอเจล ว่าจะสามารถก้าวไปถึงระดับ Billion Dollar Company ได้

Read more

Power of 2 : พลังทวีคูณ!

E-mail Print PDF
There are no translations available.

Power of Twoพลังทวีคูณ! จะมีผลมากแค่ไหนกันเชียว ?

ผมเคยเล่นเกมหนึ่งกับเพื่อนๆ ในเรื่องของการเลือกงาน และคิดว่าลงบนเว็บไซต์ของตัวเองก็คงจะสนุกดี
และทำให้เห็นภาพมาก ขึ้น...เกมก็เป็นโจทย์ง่ายๆ ดังนี้ครับ

 

โจทย์ ถ้ามีงานอยู่สองงานให้คุณเลือกทำงานเท่ากัน เหนื่อยเท่ากัน ระหว่างงานที่หนึ่งและงานที่สอง
ซึ่งมีการจ่ายรายได้ ต่างกันดังนี้

วันที่ 1
วันที่ 2
วันที่ 3
วันที่ 4
วันที่ 5
วันที่ 6
วันที่ 7
วันที่...
รวม 30 วัน
งานที่ 1
100,000
100,000
100,000
100,000
100,000
100,000
100,000
......
3,000,000
งานที่ 2
1
2
4
8
16
32
64
......
?

หากไม่มีเวลากำหนดงานที่ 2 คงจะดีกว่า แต่ถ้ามีเวลาแค่ 30 วัน และคุณเลือกได้คุณจะเลือกงานไหนดีครับ ?

ผมขอเดาว่าคุณต้องเลือกงานทีหนึ่งแน่เลย (เพราะผมก็เลือกครับ ^^) เพราะเห็นอยู่แล้วว่าเรารับสามล้านเหนาะๆ
มาลองคิดเล่นๆ ขำๆ ดูมั้ยครับว่า งานที่สองพอถึงวันที่ 30 จะได้เท่าไหร่...??

Read more

เข้าใจไหมคำว่า "เครือข่าย"

E-mail Print PDF
There are no translations available.

เข้าใจมั้ยคำว่า "เครือข่าย"

Network  Marketingเมื่อเราหนีปัญหาเรื่องราคาน้ำมันที่พุ่งพรวดไปไม่พ้น บ่นไป เครียดไปมันก็คงช่วยอะไรไม่ได้ แต่เชื่อไหมว่า มนุษย์เราคงไม่มีใครยอมให้ตัวเองต้องอดตาย จำเป็นจะต้องดิ้นรนเพื่อให้ตนเองอยู่รอดด้วยกันทั้งสิ้น

หลายคนคิดว่า ภาวการณ์อย่างนี้จะดิ้นรนไปทำอะไรได้ ถึงอย่างไรมันคงไม่มีอะไรดีขึ้น เพราะคำว่า "วิกฤติ" มักจะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของผู้คนทั้งทางตรง และทางอ้อมใครก็หลีกหนีไม่พ้น ยิ่งบริษัทห้างร้านต่างๆ หากได้รับผลกระทบต่อเนื่อง สิ่งแรกที่เขาจะต้องตัด ก็คือ การลดพนักงานลง เท่านั้นยังไม่พอเขายังจะต้องขอลดเงินเดือนลงอีกด้วย มิเช่นนั้นบริษัทก็จะอยู่ไม่ได้

ท่ามกลางวิกฤติอย่างนี้ ก็ใช่ว่าจะมืดมิดไม่มีทางออกเอาเสียเลย เมื่อปี 2540-2541 ที่เกิดวิกฤติหนัก ผู้คนตกงานเกือบครึ่งประเทศ แต่ก็มีคนกลุ่มหนึ่งประสบความสำเร็จสวนกระแส สามารถเพิ่มรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทำแล้วรวยเพียงชั่วข้ามคืนหลังจาก "ตัดสินใจทำอย่างจริงจัง"

ทั้งๆ ที่ยุคนั้นทุกธุรกิจพากันเจ๊งเกือบหมด ไม่มีการลงทุนและขยายงานเพิ่ม พนักงานเกือบทุกคนถูกลดเงินเดือนลงเหลือแค่ครึ่งเดียว แถมยังถูกปลดออกจากงานเป็นจำนวนมาก ที่แน่ๆ ธุรกิจเอสเอ็มอี.เจ๊งไปหลายหมื่นราย ไอ้ที่ยังพอมีชีวิตอยู่ก็มีอาการหายใจพะงาบๆ จะตายมิตายแหล่  

พี่น้องประชาชนในช่วงนั้นเดือดร้อนไปทั่วทุกข์หย่อมหญ้า ฆ่าตัวตายก็เยอะ คนหนีหนี้เต็มบ้านเต็มเมือง

ท่ามกลางความเดือดร้อนดังกล่าว กลับมีความประหลาดมหัศจรรย์กับธุรกิจหนึ่ง ซึ่งช่วงนั้นยังไม่เป็นที่นิยมเหมือนยุคนี้ สิ่งที่ผมกำลังจะพูดถึง ก็คือ ธุรกิจเครือข่าย หรือขายตรงนั่นเอง

เชื่อไหมว่า คำว่า "ขาย" แต่ไหนคนไทยกว่าครึ่งประเทศพากันเกลียดเข้ากระดูกดำ ไม่มีใครอยากจะเข้ามาทำอาชีพนี้ หากใครมีลูกสาวสวยๆ ถ้าพ่อแม่รู้ว่า มีแฟนเป็นเซลล์หรือนักขาย เขาจะรู้สึกไม่ค่อยจะ "เป็นปลื้ม" กับอาชีพนี้สักเท่าไหร่

แต่พอเกิดวิกฤติขึ้นเท่านั้นแหละ งานตามบริษัทห้างร้านต่างๆ เขาไม่รับพนักงานเพิ่ม มีแต่ปลดออก คนว่างงานเต็มบ้านเต็มเมือง คราวนี้ผู้คนไม่รู้จะไปทำมาหากินอะไร ก็เลยเข้ามาลองทำอาชีพขายตรงดู เมื่อก่อนคนไทยไม่ค่อยจะเข้าใจคำว่า "ขายตรง" สักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะคิดว่า เอาสินค้าไปเดินเร่ขาย หลังจากที่มีผู้คนได้เข้ามาศึกษาธุรกิจนี้อย่างจริงๆ จังๆ ก็พบว่า ธุรกิจเครือข่ายไม่ใช่ไปเดินขายอย่างที่เข้าใจกัน แต่เป็นธุรกิจที่ชักชวนให้คนเข้ามาฟังสรรพคุณของบริษัทและสินค้า เมื่อเห็นดีเห็นงามแล้วค่อยไปบอกให้เพื่อนบ้าน หรือคนรู้จักมาศึกษาในการทำอาชีพ

เชื่อไหมในช่วงนั้นมีคนตกงานเป็นจำนวนมาก จับพลัดจับผลูเข้ามาสู่วงการเครือข่ายได้เพียง 3-4 เดือนก็สามารถทำรายได้เดือนละ 2-3 หมื่นบาท เงิน 2-3 หมื่นบาทในยุควิกฤติเช่นนั้น โอ้โหมากจนบอกไม่ถูก เพราะระดับพนักงานทั่วๆ ไปได้เงินเดือน 3-4 พันบาทก็นับว่าเก่งแล้ว แต่นี่อาชีพเครือข่ายกลับสร้างรายได้ให้ผู้คนได้เดือนละ 2-3 หมื่นบาท และบางคนได้มากถึง 5-6 หมื่นบาทก็มีในยุค 10 ปีที่แล้ว

Read more

The Secret : Law of Attraction

E-mail Print PDF
There are no translations available.

ความลับ : กฏแห่งการดึงดูด

The Secretเคล็ดลับที่จะนำไปสู่ความสุข และความสำเร็จของชีวิต โดยเชื่อใน “Law of Attraction” กฎแห่งการดึงดูด เพราะจิตของเรามีพลังอำนาจ มหาศาล พูดง่ายๆก็คือ ให้คิดแต่สิ่งที่ดี แล้วสิ่งดีๆ จะถูกดึงดูดเข้ามาหาเราเอง


“นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สำหรับการมีชีวิตอยู่ เพราะเป็นครั้งแรกที่มนุษย์เรา มีอำนาจถึงขั้นใช้เพียงปลายนิ้วก็หาความรู้ได้”


ความลับที่จะทำให้คุณจะได้เรียนรู้วิธีการใช้ความลับในทุกแง่มุมของชีวิต  ทั้งด้านการเงิน สุขภาพ ความสัมพันธ์ ความสุขและปฏิสัมพันธ์ทุกรูปแบบของคุณในโลกนี้  คุณจะเริ่มเข้าใจพลังอำนาจภายในตัวเองที่ถูกปกปิดซ่อนเร้นมานานและสิ่งที่ เปิดเผยนี้จะนำมาซึ่งความยินดีในทุกๆ ด้านชีวิตของคุณ

ความสำเร็จ ทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้ เราต้องเข้าใจใน 3 กระบวนการ ดังนี้

กระบวนการที่ 1 : Attraction Process หรือ กระบวนการสร้างแรงดึงดูด


โลกของเรามีแรงดึงดูด ที่เป็นพลังงานที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่พวกเราสามารถสัมผัสมันได้ ผ่านกระบวนการเกี่ยวเนื่องอื่นๆ ตัวเราเองก็สามารถสร้างแรงดึงดูดได้เหมือนกัน แต่สิ่งที่จะวิ่งเข้ามาหาเรา..คุณต้องการสิ่งที่ดีหรือไม่ดีหละ คงไม่มีใครต้องการสิ่งไม่ดี และคงไม่มีใครไม่ต้องการสิ่งดีดี ทุกคนต่างต้องการสิ่งดีดีเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นทางด้านสุขภาพ ทรัพย์สินเงินทอง หน้าที่การงานต่างๆ ก็ล้วนแต่ต้องการสิ่งดีดี ทีนี้เราจะสร้างแรงดึงดูดอย่างไร ให้มีแต่สิ่งดีดีเข้ามาหละ

The secret ได้บอกหลักสำคัญๆของแหล่งแรงดึงดูดสิ่งดีดี ไว้ดังนี้


1.1 การคิดเชิงบวก (positive thinking) :

ทุกความคิดมีแรงดึงดูด เคยสังเกตุมั๊ยว่า หากเราคิดคำนึ่งหรือกังวลเรื่องใดเรื่องหนึ่งบ่อยๆ เรื่องนั้นก็มักเกิดขึ้นจริง ดังนั้น หากเราเปลี่ยนความคิดจากการคิดถึงสิ่งที่ไม่ดีบ่อยๆ เป็นคิดถึงแต่สิ่งที่ดีดี บ่อยๆ คลื่นความคิดเราก็จะแปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูด ดูดสิ่งดีดีเข้ามาในชีวิต

ในประเด็นนี้ หากเรามองในทางธรรมแล้ว ก็คงไม่ต่างอะไรกับที่ชอบพูดกันว่า คิดดี ทำดี พูดดี ..สิ่งที่สะท้อนกลับมาหาเราก็คงดีเหมือนกัน


1.2 รู้เท่าทันความคิดของตัวเอง :

เหมือนเป็นการมีสติ กำหนดรู้ว่า ขณะนี้เราคิดอะไร คิดดีหรือคิดเลว เมื่อเรารู้เท่าทันความคิดเราเมื่อไหร่ เราก็สามารถคัดแยกความคิดเลวออกจากความคิดดีได้ ทำให้เรามีโอกาสที่จะยับยั้งความคิดเลว และดำเนินความคิดดีดีต่อไป

เคยสังเกตุตัวเองกันมั๊ย หากเมื่อเราคิดเลว อารมณ์ที่ไม่ดี ก็จะเกิด แต่หากเมื่อไหร่เราคิดดี ความสบายใจ อารมณ์ที่ดีก็จะเกิด อารมณ์เป็นสิ่งหนึ่งที่ก่อให้เกิดการกระทำ คนที่ไม่รู้เท่าทัน ไม่รู้จักควบคุมความคิดเลว อารมณ์เลว ก็จะโกรธง่าย เกลียดง่าย ฉุนเฉียวง่าย สิ่งเหล่านี้ ถูกถ่ายทอดผ่านใบหน้าและร่างกายออกสู่ภายนอก สิ่งที่สะท้อนจากภายนอกกลับมาหาตัวคุณก็คงไม่ใช่สิ่งดีนักหรอก แต่ในทางกลับกัน คนที่คิดดี รู้เท่าทันระงับความคิดและอารมณ์เลว สิ่งดีดี จากจิตใจก็จะถูกทอดผ่านร่างกายให้แสดงออกมาแต่ในสิ่งดีดี สิ่งที่คุณได้รับก็จะเป็นสิ่งดีด้วยเช่นกัน เมื่อคุณรู้สึกดี ความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์สร้างสรรค์สิ่งต่างๆก็จะบังเกิดขึ้น ทำให้คุณสามารถพัฒนาตัวเองทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างดีขึ้นอย่างไม่ ต้องสงสัย อนาคตของคุณขึ้นกับความคิดของคุณแล้วหละ

สร้างคิดดี อารมณ์ดี โดย รู้จักมีความพึงพอใจ (Satification) รู้จักชื่นชมผู้อื่น (Appriciation) มีความหวัง (Hope) มีความสุข (Happiness) รู้จักสนุก ร่าเริง(Joy) รู้จักขอบคุณ (Gratitude) รู้จักรักทั้งตัวเอง ผู้อื่น และสิ่งอื่นรอบตัว (Love) เป็นต้น

ละทิ้ง ความคิดเลว อารมณ์เลว โดย ตัดความหวาดกลัว (Fear) ความกดดัน เครียด(Depression) ผิดพลาดเลอะเทอะ (Fault) ไม่พอใจขุ่นเคือง (resentment) ความเกลียด (Hate) ความโกรธ (Angry) การตำหนิติเตียน (Criticism) การกล่าวโทษนินทา (Blame) เป็นต้น

ความเครียด ความคิดเชิงลบ ก่อให้เกิดอารมณ์ที่ขุ่นมัว เศร้าหมอง ส่งผลต่อระดับการทำงานของร่างกายและสมองที่ลดลงเสมอ

Read more

The Magic of Thinking BIG!

E-mail Print PDF
There are no translations available.

คิดใหญ่ ไม่คิดเล็ก

The  Magic of Thinking BIG !บทที่ 1 กลวิธีจะสร้างพลังความเชื่อ

  1. คิดว่าต้องสำเร็จ อย่าคิดว่าจะล้มเหลว
  2. เตือนตัวเองอย่างสม่ำเสมอว่าคุณเก่งกว่าที่คุณคิด
  3. คิดใหญ่ ขนาดของความสำเร็จถูกกำหนดโดยขนาดของความเชื่อของคุณ คิดอะไรเล็กๆ ก็จะประสบผลสำเร็จเพียงเล็กน้อย

สรุปอย่างสั้นๆ วิธีการรักษาข้ออ้างในเรื่องอายุก็คือ

  • มองอายุปัจจุบันของคุณในแง่บวก คิดว่า คุณยังหนุ่ม ไม่ใช่ คุณแก่แล้ว คิดในสิ่งใหม่ เพื่อสร้างความกระตือรือร้น และความรู้สึกของความเป็นหนุ่ม
  • คำนวณเวลาที่คุณยังสามารทำงานได้อย่างขยันขันแข็ง อย่าลืมว่าคนอายุ 30 ปี ยังสามารถใช้เวลาที่จะทำงานอีกถึง 80 เปอร์เซ็นต์และคนอายุ 50 ปียังคงเหลือเวลาทำงานอีกถึง 40 เปอร์เซ็นต์ที่ดีที่สุดในชีวิตของ ชีวิของเขา
  • ใช้เวลาในอนาคตทำในสิ่งที่คุณต้องการทำจริง ๆจะเป็นการสายเกินแก้ถ้าคุณปล่อยให้จิตใจของคุณเป็นไปในทางลบและคิดว่ามัน สายเกินไปเสียแล้ว เลิกคิดว่า เราจะเริ่มมานานแล้ว เพราะนั่นเป็นความคิดล้มเหลว

 

 

บทที่ 2 รักษาโรคชอบแก้ตัวของคุณ โรคแห่งความล้มเหลว
หลัก 2 ประการเอาชนะข้ออ้างเรื่องโชค

  1. ยอมรับกฎของสาเหตุและเหตุผล พิจารณาอีกครั้งถึงสิ่งที่ดูเหมือนว่าเป็น โชคดี ของคนอื่นคุณจะพบว่าไม่ใช่เรื่องของดวงแต่เป็นเรื่องของการเตรียมการการวาง แผนและความคิดมุ่งสู่ความสำเร็จชึ่งที่เป็นเรื่องที่มาก่อนโชคลาภพิจารณาอีก ครั้งถึงเรื่องที่ดูเหมือนเป็นโชคร้ายของคนบางคน
  2. อย่าเป็นคนอื่น เพ้อฟัน อย่าคิดให้เปลืองสมองและฝันถึงวิธีการเอาชนะหรือประสบผลสำเร็จโดยไม่ต้องทำ อะไรเลยคุณไม่สามารถทำผลสำเร็จได้ ก้าวหน้าในตำแหน่งงานหรือเพื่อให้ประสบชัยชนะหรือให้ได้สิ่งดีๆในชีวิตตรง กันข้ามหนัก การพัฒนาคุณสมบัติต่างๆในตัวเองที่จะทำให้คุณเป็นผู้ชนะ

 

Read more

Rich Dad’s Cash Flow Quadrant (พ่อรวยสอนลูก : เงินสี่ด้าน)

E-mail Print PDF
There are no translations available.

พ่อรวยสอนลูก : เงินสี่ด้าน

Rich Dad’s  Cash Flow Quadrant
E (Employee) - ลูกจ้าง
B (Business Owner) - เจ้าของธุรกิจ
  • รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือน
  • รายได้ตามตำแหน่งงานที่ได้รับมอบหมาย
  • นายจ้างเป็นผู้กำหนดวิถีชีวิตและเงินเดือนให้คุณ
  • ขาดอิสรภาพ ต้องเซ็นต์ชื่อ ตอกบัตร
  • ตกงานเท่ากับล้มละลาย
    (ตกงาน 3 เดือน ไม่ต่างจากคนล้มละลาย)
  • อยู่ในวงจรหนี้สิน ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ฯลฯ
  • มีทุน มีระบบงาน
  • หาคนเก่งๆ มาทำงานให้
  • ไม่ทำก็มีรายได้

B มีหลายประเภท

  • บริษัท
  • แฟรนไซน์
  • การตลาดแบบเครือข่าย (เป็นช่องทางที่จะเป็น
    เจ้าของกิจการ ที่มีความเสี่ยงน้อย)
S (Self-employed) - ทำธุรกิจส่วนตัว
I (Investor) - นักลงทุน
  • ขายเวลาแลกกับเงิน จ้างตัวเองทำงาน
  • ชอบคิดเองทำเอง, ควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเอง
  • ขาดประสบการณ์
  • เจอคู่แข่งที่มีทุนหนากว่า
  • อาจจะทนทำ เพราะชอบ อิสระ แต่ไม่มี อิสรภาพ
  • ไม่ได้ทำงานเพื่อเงิน แต่ให้เงินทำงานเพื่อตนเอง
  • มองผลตอบแทนจากการปันผล ดอกเบี้ย
  • ซื้อกิจการมาปรับปรุง แล้วขายต่อ

 

Read more

บทสัมภาษณ์ โรเบิร์ต คิโยซากิ

E-mail Print PDF
There are no translations available.

Robert Kiyosaki

Robert T. Kiyosaki

สิ่งที่คุณกำลังจะได้รับทราบต่อไปนี้ เป็นการสัมภาษณ์พิเศษของนักธุรกิจผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินที่มีชื่อเสียง นักลงทุน ผู้บรรยาย และผู้แต่งหนังสือขายดีที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกถึง 10 เล่ม "โรเบิร์ต คิโยซากิ"  เกิดและเติบโตในฮาวาย เขาเรียนรู้ธุรกิจจากคน 2 คน คนแรกคือพ่อจนผู้ซึ่งมีความรู้สูง เป็นข้าราชการเงินเดือนสูงและเป็นพ่อแท้ ๆ ของเขาเอง และอีกคนหนึ่งคือ พ่อรวย เป็นนักธุรกิจร้อยล้าน ซึ่งออกจากโรงเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมสองเท่านั้น เป็นพ่อของเพื่อนสนิทของเขาเอง

ประสบการณ์ปัญหาด้านการเงินตลอดชีวิต ของพ่อจน  ทำให้คำสอนพ่อรวยของโรเบิร์ต ถูกสนับสนุนมากยิ่งขึ้น  ที่ว่า “คนจนและคนชั้นกลางทำงานเพื่อเงิน ในขณะที่คนรวยใช้เงินทำงาน” หลังจากที่เขาประสบความสำเร็จเป็นนักขายที่มียอดการขายสูงอันดับหนึ่งใน บริษัท XEROX โรเบิร์ตเริ่มต้นทำตามความปรารถนาของเขาที่จะมีอิสรภาพทางการเงิน เขาเริ่มสร้างธุรกิจข้ามชาติมูลค่าเป็นล้านๆ เหรียญสหรัฐอยู่หลายธุรกิจ และท้ายที่สุดก็สามารถเกษียณอายุได้ด้วยอายุเพียง 47 ปี เขาต้องการทำตามความเชื่อของเขาที่ความปรารถนาจะสอนผู้อื่นให้เป็นผู้ร่ำรวย และสามารถค้นหาธุรกิจที่พวกเขาต้องการได้

  • ในปี 1997 (พ.ศ. 2540) โรเบิร์ตได้เขียนหนังสือขายดี โด่งดังไปทั่วโลกเล่มแรก ชื่อพ่อรวยสอนลูก (Rich Dad Poor Dad) และได้ออกแบบเกมกระแสเงินสด (Cashflow 101 หรือเกมส์แข่งหนู)
  • J.P. Morgan  นักข่าวหนังสือพิมพ์ Wall Street  Journal ได้พูดถึงหนังสือ พ่อรวยสอนลูกว่า “เป็นหนังสือที่ต้องอ่านสำหรับผู้ต้องการเป็นเศรษฐี”
  • และหนังสือพิมพ์  USA. Today เรียกหนังสือนี้ว่า เป็นจุดเริ่มต้นของทุกคน ที่ต้องการควบคุมสถานการณ์ทางการเงินในอนาคตของเขาเอง”

โรเบิร์ตได้เขียนหนังสือ  Rich Dad’s Cash Flow Quadrant (พ่อรวยสอนลูก เล่ม2  เงินสี่ด้าน) , Rich Dad’s Guide To Investing (พ่อรวยสอนลงทุน), Rich Kid Smart Kid (สอนลูกให้รวย) หนังสือที่ขายดีในทุกประเทศ และที่กำลังออกมาใหม่ล่าสุด Retired Young Retired Rich “เกษียณเมื่อหนุ่ม เกษียณอย่างร่ำรวย” ข้อเสนอแนะของโรเบิร์ตชัดเจนเข้าใจง่ายนั้นคือ คุณจะยอมรับผิดชอบต่อสถานการณ์ทางการเงินของคุณเองหรือจะยอมรับคำสั่งของคน อื่นๆไปตลอดชีวิต “คุณต้องการที่จะเป็นเจ้านายของเงิน หรือจะยอมเป็นทาสของเงิน” และนี่เป็นครั้งแรกที่เขาให้สัมภาษณ์พิเศษ เสนอทางเลือกของเขาในการที่จะเกษียณขณะที่ยังหนุ่มและเกษียณอย่างร่ำรวย



MC: คุณโรเบิร์ต ขอบคุณมากครับที่ให้เกียรติในวันนี้ เป็นที่กระจ่างชัดว่ามีคนเป็นล้านๆ คน ได้รับความรู้และประโยชน์ จากหนังสือและเทปของคุณ แต่สำหรับคนที่ไม่ได้อ่าน “พ่อรวยสอนลูก”  “เงินสี่ด้าน” หรือ “Cash Flow Quadrant” ขอให้คุณกรุณาช่วยอธิบายเกี่ยวกับเงินสี่ด้าน Cash Flow Quadrant ว่าคืออะไรสักเล็กน้อยได้ไหมครับ?

ผมอยากให้ท่านผู้ฟังทุกท่านลอง นึกวาดภาพตามดังนี้นะครับ สัญลักษณ์เครื่องหมายกากบาท มุมบนด้านซ้าย คือตัวอักษร E ใต้ลงมาคือ S มุมขวาด้านบน คือ B และมุมที่เหลือ คือ I  คุณโรเบิร์ตช่วยกรุณาอธิบายได้ไหมครับว่ามันหมายถึงอะไรครับ?

Robert: ลำดับแรก

E หมายถึง Employee ลูกจ้าง
S หมายถึง Self Employ/Small Business ธุรกิจส่วนตัว ,
B หมายถึง Business Owner/Big Business เจ้าของกิจการ เช่น ไมโครซอฟ, อินเทล และ
I หมายถึง Investor นักลงทุน


พ่อจนของผมและคนส่วนใหญ่ได้ถูกสอนมาให้ “ไปเรียนหนังสือ และออกมาหางานทำ” พ่อจนของผมได้โปรแกรมผมให้อยู่ด้าน E หางานที่มั่นคง ทำงานหนัก เพื่อเงินบำนาญ สวัสดิการ

S หมายถึง Small Business  หรือ Self Employed ธุรกิจส่วนตัว ส่วนใหญ่จะเป็นอาชีพ แพทย์ นักกฎหมาย ทนายความ หรือ นักธุรกิจขนาดเล็กที่พอใจที่จะเป็นเจ้านายตัวเอง ต้องการทำอะไรด้วยตัวเอง เช่นที่ Dale แห่งบริษัทคอมพิวเตอร์เดล พูดว่า “ถ้าคุณต้องการทำอะไรให้ถูกต้องเสมอ คุณต้องทำด้วยตัวของคุณเอง” และคนส่วนนี้ก็จะกลายเป็น S พวกเขาต้องการอิสระ

ธุรกิจขนาดใหญ่จะอยู่ทางด้าน B นักธุรกิจขนาดใหญ่ๆ เช่น Bill Gate ผู้ก่อตั้งธุรกิจขนาดยักษ์หลายล้านๆ เหรียญสหรัฐเป็นธุรกิจนานาชาติ ซึ่งก็มีไม่กี่คนที่เป็นคนร่ำรวยระดับโลกแบบนี้ คนร่ำรวยระดับโลกจะมาจากด้าน B คุณไม่มีทางเป็นคนร่ำรวยได้ถ้าคุณยังอยู่ด้าน E และ S

ส่วนด้าน I คือ Investor นักลงทุน จะมาได้จากการใช้เงินทำงานให้เขาเท่านั้น  พ่อจนและแม่จนของผมอบรมให้ผมกลายเป็น E และ S และระบบการสอนในโรงเรียนก็สอนผมให้กลายเป็น E และ S  มุ่งสู่การหางานที่มั่นคงและปลอดภัย  ด้าน B และ I เป็นด้านสำหรับคนรวย พ่อรวยของผมพูดว่า “ถ้าเธอต้องการร่ำรวย ต้องสร้างธุรกิจของเธอเอง”

Read more

Suspension Gel Technology คืออะไร?

E-mail Print PDF
There are no translations available.

คำถาม ที่พบบ่อยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ Agel !

Agel's  ScientistSuspension Gel Technology คืออะไร?
Suspension Gel Technology คือศิลปทางวิทยาศาสตร์ ที่ทำให้สารอาหารลอยอยู่ในเจล ซึ่งพร้อมที่จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย

อะไรคือข้อดีของ Suspension Gel Technology?
ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของสารอาหารเสริม หลักๆมีอยู่ 2 ประการ คือ เวลาในการรับสารอาหารเข้าสู่ร่างกาย และ การนำสารอาหารไปใช้ของร่างกาย

  1. ความสะดวกของบรรจุภัณฑ์ของ AGEL ทำให้สามารถทานได้พร้อมมื้ออาหาร และได้รับอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ของการดูดซึมสารอาหารให้ดีขึ้น
  2. Gel Technology ช่วยให้สารอาหารที่อยู่ในเจลอยู่ในสภาพที่พร้อมดูดซึม ในขณะที่รับเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งสารอาหารแบบทั่วๆไป เช่น เม็ด หรือ แคปซูล ไม่สามารถถูกดูดซึมได้อย่างเต็มที่ ในระบบการย่อยเสมอไป ทำให้สารอาหารสำคัญ เดินทางผ่านกระบวนการย่อย โดยปราศจากการทำปฏิกิริยากับผนังกระเพาะหรือ ลำไส้

สารอาหารใน Agel ถูกดูดซึมได้อย่างไร?
สารอาหารในแต่ละผลิตภัณฑ์ ของ Agel มีกระบวนการดูดซึมได้ในระบบทางเดินอาหารในหลายส่วนด้วยกัน สารอาหารที่อยู่ในเจลนั้น พร้อมที่จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายในระบบเดินอาหาร

Read more

แตกต่างกับสารอาหารรูปแบบอื่นอย่างไร?

E-mail Print PDF
There are no translations available.

เปรียบเทียบสารอาหารประเภทต่างๆ

Nutritional Tabletสารอาหารในรูปแบบเม็ด

แบบเม็ดนั้นเป็นรูปแบบพื้นฐานของอาหารเสริม แบบเม็ดนั้นเล็ก และสะดวกในการพกพา ติดตัวไปด้วย ง่ายในการขนส่ง ซึ่งนั้นเป็นข้อดีของสารอาหารแบบเม็ด สารอาหารแบบเม็ดนั้นผลิต โดยการผสมส่วนผสมชนิดผง กับสารเคมีที่ใช้เติมเต็ม แม่พิมพ์, สารเคลือบผิว รวมถึงสารเคมีอนุภาคเล็กๆ ที่ทำให้ไม่ติดกับแม่พิมพ์ สารอาหารแบบเม็ดนั้นมีหลากหลายขนาดและรูปร่าง เพื่อให้แยกแยะชนิดกันได้ ปกติแล้วเม็ดที่มีขนาดใหญ่ลักษณะคล้ายรูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า มักจะเป็นวิตามิน หรือสมุนไพรที่มีปริมาณสารออกฤทธิ์สูง

กระบวนการสำคัญในการผลิตคือ การอัดเม็ดโดยใช้แรงกด ส่วนผสมที่เป็นผง ด้วยแรงกดประมาณ 10,000 – 20,000 psi (ปอนด์) ด้วยแรงกดมหาศาลนี้ บวกกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้ส่วนผสมทั้งหมด สามารถรวมกันเป็นเม็ดแข็ง ไม่แตกหักได้ง่ายๆ สารเคมีที่ใช้เคลือบนั้น ปกติจะมีส่วนผสมของสีย้อมสังเคราะห์ และการเคลือบนี้ยังช่วยป้องกันการแตกหัก รวมถึงทำให้กลืนง่ายขึ้น นอกจากการใช้สารเคมีมากมาย ในกระบวนการผลิตแล้ว สารอาหารแบบเม็ด ยังมีข้อเสียอื่นๆอีก สำหรับการกลืนสารอาหารแบบเม็ดเข้าปากนั้น เป็นปกติสำหรับ เด็ก วัยรุ่น และผู้สูงอายุ ที่จะมีปัญหากับการกลืน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านกายภาพ หรือทางด้านจิตใจ ประมาณ 40 % ของประชากรโลกจะมีปัญหานี้ สารอาหารแบบเม็ดนั้น ถูกออกแบบมาให้แตกออก หลังจากถูกกลืนลงไปแล้ว โดยเม็ดยาจะแตกออก (ถูกย่อย) ภายใน 30 – 45 นาทีด้วยกรดในกระเพาะอาหาร ผลรวมของเม็ดของสารอาหารนั้น ยังคงอยู่แม้กระบวนการย่อยจะเรียบร้อยแล้ว โชคไม่ดีที่ไม่ใช่สารอาหารแบบเม็ดทั้งหมด จะแตกออกอย่างรวดเร็ว และกระเพาะก็ไม่อยู่ในสภาวะปกติตลอดเวลา ในขั้นต่อไปสารอออกฤทธิ์ใน สารอาหารแบบเม็ด จะละลายในของเหลว และถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดในขั้นต่อไป ซึ่งอาจจะใช้เวลาถึง 3 – 4 ชั่วโมง ก่อนที่สารออกฤทธิ์จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด

Read more

Page 1 of 2

  • «
  •  Start 
  •  Prev 
  •  1 
  •  2 
  •  Next 
  •  End 
  • »